2007/Oct/26

ช่วงนี้ไปงานเกษียณอายุอาจารย์มาสองงาน งานย้ายข้าราชการหนึ่งงาน งานแสดงความยินดีสำเร็จการศึกษากำลังจะเกิดขึ้นหนึ่งงาน

งานสำเร็จการศึกษา เหมือนงานสำหรับผู้ปกครองนะ มีความสุขจังพอคิดว่ากำลังจะมีงาน นักเรียนรับใบประกาศนียบัตร 20 คน ผู้ปกครองมา 60 คน แขกผู้มีเกียรติอีก 20 คน เอ๊ะเปิดโรงเรียนอนันตรักษ์การบริบาลมาประมาณเกือบ 2 ปี แล้ว ผลิตนักเรียนไปประมาณ 40 คน รู้สึกภูมิใจมากเลยนะ ยิ่งตอนที่เขามีงานทำ งานรายได้พอควรและได้ช่วยเหลือผู้สูงอายุ ฝันของนักเรียนเอ๊ะเป็นจริงที่เขาอยากเปลี่ยนแปลงชีวิต อยากมีงานที่ดี มีเกียรติมีศักดิ์ศรีเป้นที่เชิดหน้าชูตาของพ่อแม่ คนบางคนอาจเคยผิดพลาดเมื่อครั้งยังเยาว์ แต่เมื่อคิดได้ก็อยากแก้ตัว อยากเริ่มชีวิตใหม่ แม้เอ๊ะจะเป้นแค่ผู้ประกอบการรายเล็กๆ แต่ก็รู้สึกว่าเราได้ให้โอกาสเขา อิ่มเอมใจมากเลยจ้ะ

พูดถึงเรื่องการย้ายของข้าราชการและการเกษียณอายุ เอ๊ะเคยไปงานย้ายของข้าราชการคนหนึ่ง เขาไม่ได้อยากไปเลยแต่ถูกย้ายก็เลยจำใจไป ดูแล้วเศร้ามาก ส่วนคนที่เอ็เพิ่งไปนี้เขาเป็นตำรวจ ย้ายไปในตำแหน่งที่ใหญ่โตขึ้นก็มีความสุขกันไป เรื่องการเกษียณอายุไปมาสองงาน คนละความรู้สึกเลย คนกลุ่มหนึ่งจบอายุราชการด้วยความเจ็บปวดและความน้อยเนื้อต่ำใจ  อ่านหนังสือมุฑิต่จิตเหมือนสะท้อนความเจ็บปวดที่เก็บสะสมมาตลอดการทำงาน และเมื่อคุยกับอาจารย์ท่านที่เกษียณท่านบอกว่า "พอแล้ว หนูเอ๊ะ อาจารย์เหนื่อยมามาก พอแล้ว ไม่สอนแล้ว" น่าเสียดายมาก เพราะเคยทำงานร่วมกันอาจารย์ท่านนี้เป็นคนที่มีความอุสาหะมากเลยทีเดียว แต่ท่านเจ็บปวดเกินไป  ส่วนอีกงานหนึ่ง เป็นงานของอาจารย์ที่เกษียณรุ่นเดียวกัน งานนี้คับคั่งไปด้วยคนหลายองค์กร ขอกล่าวถึงชื่อเลยก็แล้วกัน งานของ รศ.สุนันท์  นีลพงษ์ แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ผู้ประสานงานกลุ่มคนรักเมืองเพชร เป็นงานที่น่ารักและอบอุ่นเหมือนได้พบญาติพี่น้อง มีเพลงจากวงคีญตาชาลี ลุงอ๊อดและครอบครัวแจมโดยคุณวิลิต เตชะไพบูลย์สองเพลง และจบอย่างสวยงามด้วยเพลงดาวแห่งศรัทธา

เมื่อ พ.ศ. 2542 เอ๊ะชวนปะป๊าไปสมัครสมาชิกกลุ่มคนรักเมืองเพชรที่ราชภัฏ แล้วพบหญิงกลางคนท่านหนึ่งยิ้มท่าทางใจดีบอกว่า สมัครได้เลยค่ะ ค่าแสตมป์สมาชิกปีละ 100 บาท หลังจากนั้นไม่นานเอ๊ะก็ไปสมัครเป็นอาจารย์ที่ราชภัฏเพชร คณะมนุษย์ฯและได้ทราบภายหลังว่าท่านคือ อาจารย์สุนันท์ นีลพงษ์ อาจารย์สุนันท์ เป็นผู้ประสานงานกลุ่มคนรักเมืองเพชร มีคนรู้จัก ชอบทำงานสังคม เสน่ห์อย่างหนึ่งของอารย์จารย์กุ้งคือ อ่อนน้อมถ่อมตนกับผู้ใหญ่ น่ารักและอ่อนไหวสมผู้หญิง อบอุ่นและอ่อนโยนเมื่อพูดคุยด้วย ให้กำลังใจและให้โอกาสเสมอ เช่น เมื่องานแสงสีเสียงสืบสานแม่น้ำเพชรที่ผ่านมา น้องแอ๊ะไปเป็นพิธีกรร่วมกับอาจารย์กุ้ง อาจารย์ไม่ค่อนสบายแต่ก็ให้กำลังใจน้องแอ๊ะและช่วยสนับสนุนตลอด เมื่อครั้งที่ทำงานกับอาจารย์อนุชาติ พวงสำลี ที่มหิดล เอ๊ะก็รู้สึกว่าอาจารย์อนุชาติเป็นคนเก่ง ใจดี  ใจกว้าง รักสังคมไทย อาจารย์เป็นคนอ่อนน้อม สุภาพแต่ก็เคี่ยวเข็ญให้เราคิด ให้เราอ่าน เรียนรู้มากๆ ให้เอ๊ะอ่านบทความสรุปส่งอาจารย์ทุกสัปดาห์ จนกลายเป็นนิสัยที่ต้องอ่านต้องสรุป (แล้วก็บังคับให้นักเรียนทำด้วยนะ อิ อิ) แล้วอาจารย์ก็ปฏิบัติให้ดู คือ อาจารย์ทำงานประชาสังคม แนะให้เอ๊ะรู้จักที่ทางที่ตรงจริต แนะให้เอ๊ะรู้จักลุงวิเชียร เรียบร้อย สมาชิกกลุ่มคนรักเมืองเพชรที่ชวนเอ๊ะกลับมาสอนหนังสือที่ราชภัฏเพชรบุรี และกลับมาเป็นเอ๊ะ นักธุรกิจที่มีจริตชอบช่วยงานสังคมที่เมืองเพชร  ทุกวันนี้ยังรู้สึกขอบพระคุณอาจารย์อนุชาติตลอดเวลาเลย 

วันนี้ พ.ศ. 2550 รู้สึกได้บทเรียนการเป็นผู้ใหญ่มาอีกเรื่องคือ คนเก่งต้องมีจุดยืนแต่ไม่กระด้าง ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน เหมือนรวงข้าวที่เมื่อรวงข้าวยิ่งมาก ยิ่งค้อมลงสู่ดิน ชาวนาย่อมตระหนักถึงคุณค่าของต้นข้าวนั้น

บางทีการที่เราดิ้นรนหาความสุขก็ทำให้เราละเลยความสุขเล็กที่เราเคยมองเห็นไปเหมือนกันนะ  ช่วงที่ผ่านมาบางครั้งการเป็นนักธุรกิจที่เป็นคนช่างอ่อนไหวก็ทำให้เราอ่อนแอเหมือนกัน อิ อิ 

การมองโลกในแง่ดีทำให้เอ๊ะถูกทำร้ายหลายครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา แต่การมองโลกในแง่ดีก็ทำให้เอ๊ะลุกขึ้นยืนใหม่ได้ทุกครั้ง

การเป็นคนดีทำให้เอ๊ะไม่กล้าต่อรองและไม่กล้าทำร้ายผู้อื่นกลับไป แต่การเป็นคนดีก็ทำให้เอ๊ะมีเพื่อนและคนรอบข้างช่วยเหลือครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมกับคำพูดที่บอกว่า "อีกแล้วนะ แก ยอมทุกที เฮ้อ... เอาใหม่ เข้มแข็งลุกขึ้น สู้ต่อ สู้ต่อ"  คำที่ได้ยินจากพี่มุเสมอบอกว่า "ไอ้เอ๊ะเอ๊ย แกเป็นนักธุรกิจได้ไงเนี่ย แกไปทำธุรกิจที่ไหนมา ถึงเพิ่งมาเจอเรื่องอย่างนี้ ฮะ" ก็จริงง่ะ ไม่เคยพบเจอแบบปีนี้เลยนะ แต่ก็ดีนะที่ปัญหาเข้ามาตอนเอ๊ะมีที่ปรึกษาที่มีสติสตังครบถ้วนแบบเจ๊น่ะ  "เอ๊ะติดดี เลยจะทำอะไรก็กลัวคนมองไม่ดี ทั้งที่บางทีปล่อยให้คนมันทำอยู่นั่นแหละ บ้าแล้ว" ตอนนี้โตขึ้นแล้วนะ ก็ได้เรียนรู้อีกบทหนึ่งว่า......

การเป็นคนดีก็ต้องรู้จักป้องกันภัยจากศาสตร์มืด อิ อิ ต้องรู้จักวางตัวให้เหมาะสม

การประกอบอาชีพใดๆก็เหมือนกัน ทุกคนมามือเปล่าเริ่มงานก็เริ่มสะสม ใช้สิ่งที่สะสมและสุดท้ายก็จากไปมือเปล่า นักธุรกิจได้เงินมากมาย เลี้ยงคนมากมาย มิตรมากมาย ศัตรูมีบ้าง ก็เหลือสะสม / ข้าราชการรายได้ไม่มาก ใช้เงินน้อย เลี้ยงเพียงครอบครัวพี่น้อง มีเพื่อนมีคนรู้จัก มีมิตร และก็มีศัตรู ก็เหลือสะสม แต่สุดท้าย ท้ายสุด หนังชีวิตต้องจบ ไม่มีปัจเจกชนคนใดเป็นหนังที่ไม่รู้จบ มีเหลือเพียงชื่อเสียง ความดี ที่หลงเหลือไว้ในสังคมที่เป็นหนังไม่รู้จบนำมากล่าวถึงแล้วกล่าวถึงอีกเหมือนหนังโฆษณาขั้นรายการตลาดกาล 

อืม..... วันนี้รายงานจากนักธุรกิจตัวน้อยก็คงเท่านี้ก่อนนะ

รักและให้กำลังใจเสมอ

เอ๊ะ

  

Comment

Comment:

Tweet